twitter
Skip navigation links
หน้าหลัก
ความรู้พื้นฐานรถยนต์
แนะนำรถยนต์ใหม่ในช่วง 3 เดือน
ค้นหารถยนต์ใหม่
รถยนต์ใช้แล้ว
แนะนำการเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้ว
ค้นหารถยนต์ใช้แล้ว
อัตราดอกเบี้ย
เคล็ดลับการดูแลรักษารถยนต์
การตกแต่งรถยนต์/แนะนำร้านค้า
ข่าวสารวงการรถยนต์
เรื่องรถรอบทิศ
ยานยนต์อัพเดท
เกาะติดไลฟ์สไตล์
การประมูลรถยนต์
ฮวงจุ้ยรถยนต์
ทำนายเลขรถ
ทำนายนิสัยคุณได้จากลีลาการขับรถ
ทะเบียนรถบอกบางอย่างในคุณ
ฤกษ์ออกรถ 2557
รายละเอียดสัญญาและการชำระเงิน
Photo Contest - Movie
KL Membership Login Win Movie Gift
Father's Day
KLeasing ซิ่งสุขสันต์...รักกันพันไมล์
KL Membership Login Win Angry Birds
Campaigns พิเศษสำหรับลูกค้า KLeasing
DID YOU KNOW?
In the 1970's cars were scrapped almost twice as often as small trucks, but over the years cars have become more durable and in 1999 the scrappage rate was almost equal.
>>อย่างไร? เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้ 
ทำอย่างไร? เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
  1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง

  2. ถอนคันเร่งออก

  3. ควบคุมสติให้ดี อย่าตกใจ  และให้มองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถคันใดตามมาบ้าง

  4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะว่าจะทำให้รถหมุน

  5. ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาด เพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนน รถจะลอยตัวและจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา

  6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน

  7. เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทาง ซ้ายมือ

  8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลง และหยุดรถ
  ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิด คือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้าหรือล้อหลังก็ตาม

   เมื่อระเบิดด้านซ้าย รถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา  และในทำนองตรงกันข้ามหากระเบิดด้านขวาอาการก็จะ กลับเป็นตรงกันข้าม อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็ คือ หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ พอยางระเบิด ขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที  ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆ จึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับ  รถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว
หมายเหตุ : ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง)